เคยสงสัยไหมว่าทำไมอดอาหารก็แล้ว แต่น้ำหนักกลับไม่ยอมลดลงเสียที แถมยังดูเหมือนว่าสุขภาพจะค่อยๆ แย่ลงอีกด้วย
วันนี้เราจะพาคุณไปไขข้อข้องใจกับการอดอาหารและการลดน้ำหนัก
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่าจริงๆ แล้วการอดอาหารเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ควรทำหรือไม่ และเพราะอะไร เมื่ออดอาหารแล้วแต่น้ำหนักก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงสักที
มาติดตามรายละเอียดให้หายข้องใจกันได้เลยดังนี้
อดอาหารลดน้ำหนัก แท้จริงเป็นวิธีที่ผิดหรือถูก?
ก่อนอื่น มาดูกันก่อนว่าการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารนั้น เป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่
โดยจากการวิจัยกล่าวว่า คนเรามีความต้องการสารอาหารเพื่อซ่อมแซมและบำรุงร่างกายตลอดทั้งวันหรือแบ่งเป็น 3 มื้อหลักๆ ก็คือช่วงเวลาเช้า เที่ยง และเย็น
ดังนั้นการอดอาหารจึงไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายเกิดการแปรปรวน
โดยเฉพาะระบบเผาผลาญที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพต่ำลง จนเป็นผลให้ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายไม่สามารถถูกเผาผลาญออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่นั่นเอง
จึงสรุปได้ว่าการลดความอ้วน หรือลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารเป็นวิธีที่ผิด และไม่ควรทำอย่างยิ่ง
ผลเสียที่เกิดจากการอดอาหาร
อย่างที่รู้กันดีว่าการอดอาหารลดน้ำหนักนั้นเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง และแน่นอนว่ามันสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างมากมายเลยทีเดียว ซึ่งผลเสียจากการอดอาหารลดน้ำหนักจะมีผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพดังนี้
1.ร่างกายอ่อนแอลง
เนื่องจากร่างกายมีความต้องการสารอาหารครบ 5 หมู่ เพื่อบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถป้องกันโรคร้ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นเมื่ออดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งไป จึงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารน้อยลงและอาจเกิดภาวะขาดสารอาหารได้ในที่สุด
เป็นผลให้ร่างกายอ่อนแอและโรคภัยต่างๆ เริ่มถามหามากขึ้น รวมถึงเส้นผมที่เริ่มขาดหลุดร่วงและผิวพรรณที่ดูแห้งกร้าน เหี่ยวย่นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย
2.เป็นโรคขี้เกียจ
อันมีผลมาจากการที่ร่างกายขาดพลังงานจากอาหาร จึงทำให้เกิดความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและเป็นโรคขี้เกียจ
สังเกตได้จากอาการเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน ไม่อยากทำอะไรเลย มักจะนั่งและนอนอยู่เฉยๆ หรือในบางคนก็อาจนอนหลับได้ทั้งวันเชียวล่ะ
และนี่ก็เป็นเพียงอาการเริ่มต้นของโรคร้ายเท่านั้น เพราะเมื่อร่างกายไร้เรี่ยวแรงบ่อยๆ ก็อาจเสี่ยงโรคอัมพฤตอัมพาต ได้ง่ายๆ เช่นกัน
3.ท้องผูก
อาการท้องผูกไม่ได้เกิดจากการทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่ไม่มีเส้นใยมากเกินไปเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการอดอาหารได้อีกด้วย
เพราะเมื่อเราอดอาหาร ทำให้ร่างกายไม่ได้รับเส้นใยจากผักผลไม้หรืออาหารบางชนิดเลย ลำไส้จึงไม่มีการบีบตัวที่จะดันเอาของเสียออกมา
จึงทำให้เกิดอาการท้องผูกในที่สุด และผลที่จะตามมาหลังอาการท้องผูกก็คือการอักเสบของลำไส้หรือริดสีดวงทวารนั่นเอง
4.หิวมากจนขาดสติ
ใครบอกว่าอดอาหารแล้วผอม ไม่จริงเลย เพราะยิ่งอดอาหารมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกระตุ้นให้ความรู้สึกหิวปะทุออกมามากเท่านั้น
และเมื่อความหิวถึงขีดสุด คุณก็จะกินอาหารในมื้อต่อไปอย่างลืมตัว ซึ่งกว่าจะรู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นว่าได้สะสมแคลอรีและไขมันเข้าไปใหม่เป็นจำนวนมากเสียแล้ว และแบบนี้จะไม่อ้วนได้อย่างไรจริงไหม
ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมคนที่อดอาหารน้ำหนักจึงไม่ลดลงสักที แถมยังอ้วนขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก
5.ระบบเผาผลาญพัง
การอดอาหารลดน้ำหนักมากๆ ขอบอกเลยว่าระวังระบบเผาผลาญอาหารพัง ซึ่งจะทำให้ระบบการเผาผลาญไม่ทำงานและไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายก็จะไม่ถูกนำออกไป
ยิ่งหากมีไขมันใหม่เข้ามาด้วยแล้ว ก็จะกลายเป็นสะสมไขมันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญคือ เมื่อระบบเผาผลาญพัง
กว่าจะฟื้นฟูให้ระบบเผาผลาญกลับมาทำงานอย่างปกติได้ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเชียวล่ะ เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยงดีกว่า
6.เสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์
หลายคนอาจยังไม่รู้มาก่อน ว่าการอดอาหารก็ทำให้เสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้เช่นกัน โดยเฉพาะการอดอาหารตอนเช้า เพราะในแต่ละวันร่างกายของเราจะต้องการสารอาหาร
เพื่อกระตุ้นให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น รวมถึงการลำเลียงเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงสมอง ดังนั้นเมื่ออดอาหาร
สมองจึงไม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ เป็นผลให้ความจำค่อยๆ เสื่อมลงเรื่อยๆ เริ่มจากอาการขี้หลงขี้ลืม สมองตื้อตันคิดอะไรไม่ออก จนกระทั่งเป็นอัลไซเมอร์ในที่สุด
น่ากลัวไม่น้อยเลยใช่ไหมกับผลของการอดอาหาร เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่กำลังคิดจะใช้วิธีการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนด้วยการอดอาหาร
ควรคิดพิจารณาให้ดีก่อน เพราะผลลัพธ์ที่ตามมา อาจเป็นการทำร้ายสุขภาพมากกว่าให้ผลดีเสียอีก
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ
นอกจากการอดอาหารจะเป็นวิธีผิดๆ ที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ลงสักที ปัจจัยหรือพฤติกรรมอื่นๆ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการเช่นกัน
ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า มีอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุ เพื่อจะได้ปรับหรือเลิกพฤติกรรมเหล่านั้น โดยด่วน
นอนน้อยหรือนอนดึก
การนอนหลับพักผ่อนน้อยเกินไปจะทำให้ฮอร์โมนบางอย่างเกิดการเสียสมดุล โดยเฉพาะฮอร์โมนที่ควบคุมความรู้สึกหิว
เป็นผลให้รู้สึกหิวตลอดเวลาและเผลอทานมากเกินความจำเป็นได้ นอกจากนี้การนอนดึก หลายคนก็มักจะทานของว่างยามดึกบ่อยๆ
ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็วและลดยากสุดๆ อีกด้วย
ดังนั้นจึงควรปรับเวลานอนใหม่ โดยนอนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง และห้ามทานอาหารหลัง 6 โมงเย็นไปแล้ว แต่ให้ทานผลไม้หรือนมแทน
เครียดบ่อยๆ
ความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการลดน้ำหนักโดยตรง เพราะจะกระตุ้นให้ร่างกายพยายามผ่อนคลายความเครียดลงด้วยการกินขนมขบเคี้ยวหรือของหวานต่างๆ โดยไม่รู้ตัว
อีกทั้งยังทำให้นอนไม่หลับอีกด้วย เรียกได้ว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบสองต่อเลยทีเดียว ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงความเครียด ด้วยการปล่อยวางเรื่องบางอย่างบ้าง หรือหาเวลาว่างทำกิจกรรมสนุกๆ รวมถึงไปเที่ยวสังสรรค์เพื่อสร้างความผ่อนคลาย เท่านี้ก็จะช่วยลดความเครียดได้ในระดับหนึ่ง
ออกกำลังกายน้อยเกินไป
หลายคนคิดว่าการอดอาหารแล้วน้ำหนักจะลดลงโดยไม่ต้องออกกำลังกาย ขอบอกเลยว่านั่นเป็นความคิดที่ผิด
เพราะนอกจากการอดอาหารจะเป็นการทำร้ายสุขภาพแล้ว การไม่ออกกำลังกายก็ทำร้ายสุขภาพยิ่งกว่า
เนื่องจากร่างกายไม่ได้เผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปอย่างเต็มที่ มีแต่ไขมันใหม่ที่เพิ่มเข้ามาบ่อยๆ จึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น แถมยังส่งผลให้กล้ามเนื้อและกระดูกอ่อนแรง เปราะบาง อีกด้วย
ดังนั้นจึงควรหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น แต่หากไม่ค่อยมีเวลา ก็อาจจะผสมผสานการออกกำลังกายเข้ากับการทำงาน เช่นเดินบ่อยๆ ขึ้นลงบันไดแทนลิฟท์ หรือแขม่วท้องขณะนั่งทำงาน เป็นต้น
ตามใจตัวเองมากเกินไป ในวันหยุด
บางคนเลือกที่จะอดอาหาร พยายามบังคับตัวเองให้ลดน้ำหนักเป็นเวลา 6 วันต่อสัปดาห์ และให้รางวัลกับตนเอง 1 วัน ด้วยการกินอย่างเต็มที่
และนี่เองที่เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้พยายามลดความอ้วนแค่ไหน น้ำหนักก็ไม่ลดลงอย่างแน่นอน
เพราะ 1 วันที่ตามใจปากนั้น คุณได้ส่งแคลอรีเข้าสู่ร่างกายสูงกว่าแคลอรีที่กำจัดออกไปในช่วง 6 วันที่ผ่านมาเสียอีก
เพราะฉะนั้น มาลองเปลี่ยนกติกาให้กับตัวเองใหม่ดีกว่า ด้วยการจัดสัดส่วนในการทานอาหารแต่ละวันอย่างเหมาะสมตลอดอาทิตย์
เปลี่ยนจากการอดเป็นการลดปริมาณอาหารลง และเลี่ยงของหวานของทอดทุกอย่าง รวมถึงออกกำลังกายบ่อยๆ น้ำหนักก็จะค่อยๆ ลดลงอย่างแน่นอน (ไม่ต้องให้รางวัลตัวเองด้วยการตามใจปากนะ)
ทานขนมขบเคี้ยวเป็นของว่างเสมอ
หลายคนเลือกที่จะอดอาหารมื้อหลัก และใส่ใจกับมื้อว่างมากขึ้น โดยมักจะทานขนมขบเคี้ยวหรือของหวานเป็นของว่างประจำ รวมถึงเครื่องดื่มคลายร้อนอย่างน้ำอัดลมด้วย
ซึ่งไม่รู้เลยว่า นั่นแหละเป็นตัวการอย่างดีที่ทำให้น้ำหนักขึ้นเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นหากใครไม่อยากให้น้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ควรเปลี่ยนมื้อว่างจากขนมขบเคี้ยวมาเป็นผักผลไม้หรือธัญพืชแทน และควรดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้คั้นเอง เท่านี้ก็ไม่ทำให้แคลอรีเพิ่มสูงขึ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าไม่ควรอดอาหารมื้อหลักเช่นกัน
วิธีลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง

การลดน้ำหนักแบบผิดๆ นอกจากจะไม่ทำให้น้ำหนักลดลงดั่งใจแล้ว ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว และทำร้ายสุขภาพได้อีกด้วย
ดังนั้นเรามาเลือกวิธีการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีกันดีกว่า ซึ่งเราก็ได้คัดวิธีลดน้ำหนักที่ทำแล้วได้ผลมาแนะนำหลากหลายวิธีด้วยกัน
แต่รับรองเลยว่าทำตามแล้ว น้ำหนักลดจริงแถมหุ่นสวยเป๊ะดั่งใจต้องการแน่นอน ว่าแต่จะมีวิธีไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย
ลด เลิก อาหารขยะ (Junk Food)
อาหารขยะ เป็นอาหารที่หาทานได้ง่าย ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ขี้เกียจสุดๆ แต่นั่นก็เป็นตัวการร้ายของความอ้วนเหมือนกัน
แถมยังมีส่วนผสมที่เป็นตัวทำลายสุขภาพหลายชนิดอีกด้วย เช่น ผงชูรส น้ำตาล ไขมัน และสารกันบูด เป็นต้น
ดังนั้นถ้าไม่อยากให้น้ำหนักขึ้นและสุขภาพแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ควรลด เลิก อาหารขยะโดยด่วน ซึ่งเราก็ขอการันตีได้เลยว่า แค่คุณหยุดทานอาหารขยะได้ น้ำหนักก็จะลดลงอย่างแน่นอน
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก เพราะช่วยเผาผลาญเอาไขมันที่ถูกสะสมไว้ออกมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานและสร้างกล้ามเนื้อเข้าไปแทนที่ไขมันบางส่วน
จึงทำให้ร่างกายดูกระชับและมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายที่เหมาะสมนั้น ควรออกให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที
ส่วนพนักงานออฟฟิศที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย ก็อาจเลือกวิธีการออกกำลังกายทางอ้อมแทน เช่น ลุกขึ้นเดินบ่อยๆ แขม่วท้อง หรือเดินขึ้นลงบันไดแทนลิฟท์ เป็นต้น
ดื่มน้ำเยอะๆ
การดื่มน้ำเยอะๆ จะทำให้รู้สึกอิ่ม จึงทานอาหารได้น้อยลง และช่วยลดอาการอยากของหวานอยากน้ำอัดลมได้ดีอีกด้วย
ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน คือดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว และเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารประมาณ 1-2 แก้ว
เพราะจะทำให้ความอยากอาหารลดลง จึงทานอาหารมื้อนั้นได้น้อยกว่าปกติ ได้รู้ประโยชน์ดีๆ ของน้ำเปล่าแบบนี้แล้ว ใครอยากผอมห้ามพลาดเด็ดขาด
เตรียมมื้อกลางวันด้วยตนเอง
การเตรียมอาหารมื้อกลางวันสำหรับทานที่ทำงานด้วยตัวเอง จะทำให้ได้อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น และไม่เสี่ยงอ้วนอีกด้วย เพราะการซื้ออาหารตามร้านทั่วไปนั้น
เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเมนูเหล่านั้นสะอาดปลอดภัยหรือเปล่า และมีแคลอรีสูงมากแค่ไหน ต่างจากการทำอาหารด้วยตนเอง
เพราะเราสามารถกำหนดเมนูที่ต้องการได้ ที่สำคัญคือมั่นใจได้เลยว่าสะอาด ปลอดภัยและไม่ทำให้อ้วนแน่นอน
ทานผลไม้เป็นอาหารว่าง
สำหรับใครที่ต้องทานอาหารว่างเป็นประจำจนติดเป็นนิสัย ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับตนเองให้เลิกทานอาหารว่าง
เพราะแค่ทานอาหารว่างอย่างถูกหลัก ก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เช่นกัน เนื่องจากการทานอาหารในระหว่างมื้อจะทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่
เมื่อถึงมื้ออาหารหลัก จึงทานอาหารได้น้อยลงกว่าปกตินั่นเอง และสำหรับการทานอาหารว่างให้เกิดประโยชน์และไม่อ้วน
ก็คือเปลี่ยนจากพวกขนบขบเคี้ยว ของหวาน อาหารขยะต่างๆ มาเป็นผลไม้หรือธัญพืชแทน โดยเฉพาะแอปเปิ้ล สับปะรด อัลมอนด์ ซึ่งเมนูเหล่านี้ นอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้ว ก็มีส่วนช่วยในการเร่งระบบเผาผลาญให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย
เลี่ยงของหวานและอาหารทอดๆ มันๆ
อาหารจำพวกของหวานที่มีน้ำตาลสูงและเมนูทอดทั้งหลาย ล้วนเป็นตัวการของความอ้วนทั้งสิ้น และยังเป็นอุปสรรคที่ทำให้น้ำหนักไม่ลดลงสักทีอีกด้วย
ดังนั้นเพื่อการลดน้ำหนักอย่างได้ผล อันดับแรกจะต้องเลี่ยงการทานของหวานและของทอดเสียก่อน โดยพยายามเปลี่ยนอาหารมื้อหลักมาเป็นเมนูต้ม ลวกหรือปิ้งย่างแทน เท่านี้ความอ้วนก็ไม่ถามหาแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม ควรเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง อย่างเช่น หนังหมูและปลาหมึก
ลดปริมาณอาหารครึ่งหนึ่ง
อย่างที่บอกว่าการลดน้ำหนัก ห้ามอดอาหารเด็ดขาด แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถลดปริมาณของอาหารลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลอรีน้อยลง และส่งผลให้น้ำหนักค่อยๆ ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยการลดอาหารที่ว่านี้ ก็คือลดข้าวลดเนื้อสัตว์ และเพิ่มปริมาณของผักที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น รวมถึงจัดเมนูผลไม้หลังมื้ออาหารสักจาน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน แถมยังช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องอีกด้วย
การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน เป็นวิธีแบบผิดๆ ที่หลายคนเข้าใจว่าจะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วทันใจ
แต่ความจริงแล้ว กลับกลายเป็นการทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว แถมยังทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือที่เรียกว่าโยโย่อีกด้วย
ดังนั้นควรเลิกใช้วิธีการลดน้ำหนักแบบผิดๆ แล้วหันมาลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีกันดีกว่า โดยเฉพาะการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเป็นประจำ รวมถึงวิธีอื่นๆ ข้างต้น
ซึ่งก็รับรองได้เลยว่าน้ำหนักลดจริง หุ่นสวยจริงแน่นอน แม้ต้องใช้ความพยายามและใช้เวลาสักนิด แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังและดีต่อสุขภาพอีกด้วย