คุณรู้หรือไม่? สครับอะไร เหมาะกับผิวส่วนไหน? และวิธีทำสครับง่ายๆ ที่บ้านไม่ต้องง้อของแพง
ถ้าจะพูดถึงเรื่องผิวนั้น ใครๆก็อยากจะมีผิวขาวสวยกันทั้งนั้นโดยเฉพาะสาวเอเชียอย่างเราๆ แต่เพียงแค่ความขาวคงยังไม่พอเราก็อยากจะได้ความเนียนเป็นของแถมด้วยใช่ไหมล่ะ?
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า…
วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องสครับผิว ที่ไม่ใช่แค่เป็นการทำความสะอาดผิวหนังตามร่างกายแต่เป็นทั้งการเผยผิวที่เนียนนุ่มน่าสัมผัส และเป็นการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกจากผิวหนังของเราเพื่อให้ขาวขึ้นนั่นเอง!
สครับตามสภาพผิว
ก่อนที่เราจะเข้าสู่วิธีการสครับว่าทำอย่างไรนั้น เรามารู้จักสภาพผิวของเรากันก่อนดีกว่า…
เราแบ่งแยกประเภทของผิวที่ต้องการการสครับเป็นพิเศษ 3 ส่วน นั่นก็คือผิวหน้า ผิวลำตัว และผิวเท้า
ผิวหน้า
เป็นส่วนที่บอบบางเป็นพิเศษ และเป็นส่วนแรกที่ทุกคนจะมองเราก่อนเป็นอันดับแรกที่จะไปมองส่วนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่าถึงแม้ว่าผิวหนังที่ใบหน้าของเรานั้นมีความหนาของผิวและความแข็งแรงของผิวไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั้งผิวในส่วนอื่นๆของร่างกายก็เช่นเดียวกัน โดยสังเกตง่ายๆ ว่าเวลาสิวขึ้นมันไม่ได้ขึ้นในตำแหน่งที่เดียวกัน หรือบางทีก็อาจจะเกิดในจุดที่มีความมันมากกว่าส่วนอื่น เช่น T โซน หรือส่วนระหว่างคิ้วลงมาที่จมูกนั่นเอง นั่นเป็นเพราะว่าผิวของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็มีผิวแตกต่างกันด้วยนะ
ผิวลำตัว
ผิวส่วนนี้อาจจะเป็นส่วนที่แข็งแรงหรือด้านมากกว่าผิวหน้าขึ้นมาสักหน่อย แต่ถึงยังไงแล้วก็ยังต้องการการปรณนิบัติที่นุ่มนวลไม่ไปกว่าผิวหน้าของเรานะ ผิวของร่างกายที่คนเรามักจะลืมใส่ใจ ลืมดูแลกันนั้นก็คือ ส่วนหลัง รักแร้ ลำคอ และข้อพับตามร่างกาย เราอาจจะเห็นได้ว่าส่วนที่มักจะลืมทำความสะอาดตรงนี้มักจะคล้ำกว่าจุดอื่น เพราะเซลล์ผิวหนังที่ตายไปแล้วไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจึงทำให้หมักหมมกันจนเป็นก้อนขี้ไคลที่รอให้ขัดออกไปนั้นแหละ
ผิวเท้า
ใครจะรู้ล่ะว่าผิวส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่ถูกลืมใส่ใจในการทำความสะอาดมากที่สุด และเป็นผิวหนังส่วนที่ด้านมากที่สุด เพราะเราต้องใช้เท้าของเราเดินอยู่ทุกวัน ผิวเท้าของเราจึงจะต้องมีความด้านเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการถูกระคายเคืองจากพื้นที่เราเหยียบเพื่อเดินนั่นเอง บางทีปัญหาก็เกิดขึ้นโดยเฉพาะอาการเท้าเหม็น หรือผิวหยาบกร้าน แห้งแตก อาการหนักเลยก็คือผิวแห้งแตกจนเกิดอาการบาดเจ็บที่เท้าได้เหมือนกัน หลายๆคนอยากจะให้ผิวหนังบริเวณส่วนนี้มีความสวยงามไม่แพ้กับผิวตัวเพราะเวลาใส่รองเท้าที่จะต้องโชว์นิ้วเท้ากับส่วนเท้าจะได้สวย และดูดีเช่นเดียวกับผิวส่วนอื่นๆ
ประเภทของเม็ดสครับ
ต่อไปนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับเม็ดสครับที่มีขายตามท้องตลาดกันก่อนที่เราจะไปทำการสครับกันเลย
สครับบีช
สครับประเภทนี้เป็นเม็ดสครับที่ถูกทำมาจากสารเคมีที่อ่อนโยนต่อผิว มีลักษณะเป็นเม็ดกลมเพื่อลดแรงเสียดทานที่รุนแรงกับผิวหนัง เม็ดบีชประเภทนี้ผู้ผลิตเครื่องสำอางค์ได้นำมาใช้ในเครื่องสำอางประเภททำความสะอาดผิว เช่นโฟมล้างหน้าเม็ดบีช สบู่ก้อนและเหลวผสมเม็ดบีช เพื่อทำให้ประสิทธิภาพของการทำความสะอาดเพิ่มมากกว่าการใช้สารเคมีที่มีเพียงแค่ฟองหรือประเภทเจลโดยเฉพาะการผลัดเซลล์ผิวในส่วนที่ถูกทำความสะอาดนั้นหลุดออกไป เหมาะสำหรับผิวหน้า และผิวกาย
สครับเกลือ
ส่วนประกอบได้มาจากเกลือ บางยี่ห้อที่เราซื้อมากันนั้นอาจจะเป็นก้อนเม็ดเกลือก้อนใหญ่เหมือนกับเกลือแกงที่ใช้ในการประกอบอาหารประเภทต้ม โดยเม็ดเกลือชนิดนี้สามารถใช้สครับเช่นเดียวกับสครับน้ำตาลหรืออาจจะใช้แทนกันได้เลย แต่ที่นิยมใช้นั้นคือเกลือป่น มีลักษณะเป็นก้อนกลมเล็กๆ ละเอียด และให้ความนุ่มนวลมากกว่าเกลือชนิดก้อนใหญ่ หรือสครับน้ำตาล เช่นเดียวกับสครับบีชที่เหมาะกับผิวหน้า และผิวกาย
สครับน้ำตาล
ทำมาจากการนำน้ำตาลทรายแดงมาทำเป็นเม็ดสครับ ซึ่งน้ำตาลจะเป็นเม็ดที่ขนาดใหญ่กว่าเม็ดสครับเกลือ โดยสครับน้ำตาลจะถูกนำไปใช้สครับในส่วนของผิวหนังที่ด้านเป็นพิเศษหรือต้องการให้ผิวหนังบริเวณที่มีความด้านมากนั้นหลุดออกได้ง่าย อีกทั้งยังมีแรงเสียดทานที่มากกว่าเม็ดสครับเกลือ เนื่องจากว่าเม็ดน้ำตาลยังมีคววามเหลี่ยม และคมซึ่งตรงข้ามกับเม็ดเกลือที่กลม และละเอียดอ่อนมากกว่า โดยสครับน้ำตาลเหมาะที่จะนำไปสครับผิวเท้า และผิวที่ริมฝีปากให้ผิวหนังที่เสื่อมสภาพแล้วหลุดออกมา
วิธีทำสครับผิว Handmade จากวัตถุดิบในบ้านที่ใครๆ ก็ทำได้
หลังจากที่รู้กันแล้วว่าเม็ดสครับแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน ทำหน้าที่ต่างกัน เราก็จะมาทำสครับที่เหมาะกับผิวที่เราต้องการขัด เพื่อความสวยงามและเนียนนุ่มน่าสัมผัสของผิวของเรากันดีกว่า สำหรับวัตถุดิบนั้นเราสามารถหาได้จากห้องครับ ห้องน้ำ หรือในห้องนอนที่บ้านแบบง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อของแพงได้เลยทีเดียว และสครับที่ได้เราสามารถเก็บไว้ใช้ได้ประมาณ 1 เดือน ถ้าหากไม่ได้ใช้ก็สามารถเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นสำหรับการผสมมะนาว โยเกิร์ต หรือวัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ถ้าหากส่วนผสมที่เราใส่ไม่ได้เน่าเสียง่ายก็สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องนำไปแช่ตู้เย็นก็ได้
วัตถุดิบ
- เกลือป่น หรือ น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
- Baby oil หรือ น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- มะนาว หรือ โยเกิร์ต หรือ กลิ่นที่ต้องการ 1 ช้อนโต๊ะ
อุปกรณ์
- ถ้วยใบเล็ก 1 ใบ
- ช้อนโต๊ะ
- กระปุกพร้อมฝาปิด
วิธีทำ
- นำวัตถุดิบทั้งหมดมาผสมกัน และคนให้เข้ากันพอดี อย่าคนจนน้ำตาลละลาย
- ตักสครับที่ได้ใส่ลงในกระปุก และเตรียมตัวสครับผิวกันได้เลย
- นำสครับที่ได้มาขัดผิวตามส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ต้องการ
วิธีสครับผิวที่ถูกต้อง
– ให้ขัดผิวโดยการถูเม็ดสครับวนเป็นวงกลมในบริเวณที่ผิวที่ต้องการ ไม่ใช่การถูไปมาหรือขึ้นลง และขัดอย่างนุ่มนวล ไม่ควรขัดถูอย่างรุนแรง
– หลังจากสครับและทำความสะอาดแล้วให้ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิว เพื่อเป็นการบำรุงผิว และป้องกันความแห้งกร้านที่อาจจะตามมาทีหลัง
– ควรเลือกเม็ดสครับให้เหมาะกับบริเวณผิวที่ต้องการสครับ เช่น ผิวหน้าควรเลือกสครับบีช หรือสครับเกลือซึ่งเหมาะกับผิวที่อ่อนโยน ผิวริมฝีปากหรือผิวเท้าควรใช้สครับน้ำตาลโดยจะสามารถทำหน้าที่ในการขัดได้ดีกว่าการใช้สครับบีชหรือเกลือที่เท้า
ข้อควรระวังในการสครับ
– ไม่ควรสครับบ่อยจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ผิวถูกขัดสีมากจนเกินไปอาจจะเกิดอาการแพ้ และทำให้ผิวบาง เพียงแค่สครับ 2-3 ครั้ง ต่อ 1 อาทิตย์ ก็เพียงพอแล้ว
– รักษาสิวอักเสบให้หายก่อนการสครับ อาจจะเป็นความคิดที่ผิดที่เลือกสครับในขณะที่ยังมีสิวอักเสบเพราะการสครับอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในบริเวณที่เป็นสิว เนื่องจากสิวประเภทนี้ไม่เหมาะที่จะถูกขัดถู แต่ทางตรงกันข้ามนั้นสิวอุดตันหรือสิวเสี้ยนที่หนุ่มๆสาวๆเป็นกันนั้นแหละเหมาะกับการสครับให้ผิวหนังส่วนนี้หลุดออกไปเพราะเกิดจากการอุดตันของสิ่งสกปรกบนผิวที่มีความมัน
– ดูแลผิวก่อนการออกแดดโดยการทาครีมหรือโลชั่นกันแดดออกจากบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันการถูกแดดไหม้ในบิเวณที่เราสครับ แต่ถึงอย่างไรแล้วถึงแม้เราจะไม่ได้สครับผิวก็ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านนะจ๊ะ