ด้วยสภาพการใช้ชีวิตและเมนูอาหารที่เราเลือกกินในปัจจุบันทำให้ “โรคอ้วน” กลายเป็นส่วนหนึ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาเป็นเงาตามตัวอย่างเงียบๆ
เมื่อใดก็ตามที่เราละเลยสุขภาพ สิ่งที่ตามมาไม่ใช่เพียงแค่รูปร่างที่มีปัญหาจนทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง
แต่ความอ้วนยังเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บอีกมากมาย
การเผชิญหน้าต่อโรคอ้วนในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรตระหนักมากขึ้น เนื่องจากปริมาณของคนอ้วนที่เพิ่มสูงเป็นเหตุให้คุณภาพชีวิตมวลรวมค่อยๆ ตกต่ำลง
และหนึ่งในปัญหาความอ้วนที่ถูกมองข้ามอย่างภาวะอ้วนลงพุง แม้ว่าร่างกายส่วนอื่นจะยังมีสรีระตามปกติ แต่ไขมันสะสมตัวอยู่เป็นชั้นบริเวณหน้าท้องคือต้นเหตุของโรคร้ายที่เราละเลยและปล่อยให้มันค่อยๆ กัดกินชีวิตที่ดีไปอย่างช้าๆ
เมื่อความอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป
สัดส่วนประชากรในประเทศไทยจากการสำรวจในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา พบว่าส่วนมากมีจำนวนของคนอ้วนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือมากกว่า 3 เท่าในรอบ 18 ปี และความอ้วนที่เกิดขึ้นยังพบได้ในเด็กเล็ก ซึ่งมาจากความเข้าใจผิดของผู้ใหญ่ที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยอาหารในปริมาณมากๆ โดยไม่เข้าใจสัดส่วนที่พอดีตามสรีระของร่างกายการกินขนมและลูกอมในเด็ก
ส่งผลให้ความอ้วนกลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็ก ซึ่งจะพบมากในช่วงอายุ 6-12 ปี ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากโรคอ้วนในเด็กไม่ได้แตกต่างไปจากในวัยผู้ใหญ่ และมันยังสามารถสร้างผลเสียต่อพัฒนาการของพวกเขาในการเจริญเติบโตในอนาคต เด็กเหล่านี้อาจจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วยและโรคแทรกซ้อนมากมาย
พฤติกรรมอันเป็นสาเหตุของโรคอ้วน
แม้ว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในร่างกายก็สามารถเป็นสาเหตุของโรคอ้วนได้ แต่พฤติกรรมภายนอกกลับเป็นปัญหาที่พบได้สูงกว่าหลายเท่าตัว การเลือกกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งมักจะอุดมไปด้วยไขมันทรานซ์ แป้งขัดขาว น้ำตาล และเนยในปริมาณสูง
อีกทั้งการขาดการออกกำลังกายอย่างถูกหลักยังส่งผลให้ทั้งหมดกลายเป็นความเสี่ยงที่จะนำมาสู่การเกิดโรคไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ซึ่งล้วนเป็นโรคที่มีอันตรายและกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเราทั้งสิ้น
หากเราลองสังเกตพฤติกรรมของตนเองให้ดีจะพบว่าความอ้วนส่วนใหญ่ มาจากกินอาหารแบบจุบจิบ การกินอาหารที่ไม่ตรงเวลา กินอาหารที่เน้นความสะสะดวกสบายในเวลาเร่งด่วน การนอนพักผ่อนที่ไม่ตรงเวลา หรือบางคนชอบอาหารรสหวานจัด เค็มจัด ก็ล้วนเป็นต้นเหตุที่นำมาซึ่งการเกิดโรคอ้วนได้เช่นเดียวกัน
อ้วนลงพุงเสี่ยงโรคมากกว่าที่คิด
คนที่มีปัญหาอ้วนลงพุงมักจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงของโรคมากกว่าคนปกติทั่วไป ภาวะเช่นนี้เราเรียกกันว่า “Metabolic Syndrome” เป็นเรื่องของความอ้วนที่เรียกได้ว่ามีความซับซ้อน เนื่องจากระบบการเผาผลาญพลังงานที่ผิดปกติไป ทำให้บริเวณหน้าท้องมีส่วนของไขมันมาเกาะมากกว่าส่วนอื่นๆ เกิดขึ้นจากหลายเหตุปัจจัยทั้งสิ่งแวดล้อมรอบด้านและระบบการทำงานภายในร่างกาย
กลุ่มของปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงมักพบในผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้ทั่วไปอย่างโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด ในบางกลุ่มที่มีร่างกายปกติก็ยังสามารถเกิดภาวะอ้วนลงพุงได้ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าถึงเวลาที่เราต้องหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้นกว่าเดิม
เช็คร่างกายให้พร้อม อ้วนหรือไม่อ้วน?
หากเพื่อนๆ คนไหนยังไม่มั่นใจว่าตัวเองกำลังต้องเผชิญกับความอ้วนอยู่ในเวลานี้ อาจจะต้องลองหันมาสังเกตตัวเองด้วยหลักการง่ายๆ เพื่อตระหนักถึงภัยเงียบที่สามารถตามมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราได้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว หลักเริ่มต้นในการเชคสุขภาพคือการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเพื่อหาค่ามวล BMI ของตนเองเทียบกับมาตรฐานที่ควรจะเป็นตามช่วงอายุ
การมองแต่สัดส่วนภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยให้เราทราบได้ว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากน้อยแค่ไหน แต่การวัดรอบเอวซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากภาวะอ้วนลงพุงเป็นสิ่งที่เพื่อนๆ ควรใส่ใจ โดยในเพศชายหากเส้นรอบเอวมีขนาดมากกว่า 90 เซนติเมตร ส่วนในหญิงมากกว่า 80 เซนติเมตร ถือว่ากำลังเข้าค่ายภาวะอ้วนที่ต้องระวัง เพราะมันจะนำมาซึ่งโรคดังที่กล่าวไปข้างต้น
ไม่อยากลงพุง ต้องฟังทางนี้
ก่อนที่คุณภาพชีวิตของเพื่อนๆ จะต้องพังลงเพราะความอ้วนที่นำมาซึ่งโรคร้าย การดูแลตัวเองในวันนี้ด้วยการหันมาสังเกตพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายของตัวเองเสียใหม่ สำรวจอาหารที่ตัวเองชื่นชอบ หากเป็นคนติดนิสัยชอบทานอาหารรสหวานจัด เค็มจัด ก็ควรหลีกเลี่ยงหรือค่อยๆ ลดปริมาณลงไป
การเลือกอาหารด้วยการอ่านโภชนาการตามฉลากที่แปะเอาไว้ด้านข้างยังเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกอาหารที่มีประโยชน์และลดความเสี่ยงต่อการรับไขมัน น้ำตาลและโซเดียมมากเกินไป ช่วยให้เราคำนวณแคลอรี่ต่อวันที่ควรได้รับ กินแต่พอดีและรู้จักห้ามใจตัวเองไม่ให้เพลิดเพลินไปกับอาหารตรงหน้าจนเกินไป
ที่สำคัญการออกกำลังกายก็ยังคงเป็นยาวิเศษที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม การดูแลตัวเองในเบื้องต้นเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ย่อมดีกว่าเมื่อเจ็บป่วยแล้วต้องเสียทั้งเวลาและเสียเงินไปกับการพบหมอ ดังนั้นจึงควรหันมาสังเกตร่างกายตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ หากพบความเสี่ยงในจุดใดจุดหนึ่งก็ควรรีบเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนที่ความเจ็บป่วยจะเอาชนะเราได้